ประสบการณ์สอบ TOEFL iBt
posted on 30 Aug 2009 22:20 by foniixz in Randomประสบการณ์สอบ TOEFL iBt
โอ้วว สอบเสร็จแล้วเหมือนยก ปิรามิด ออกจากอกสิบลูก
รู้สึกโล่งจริงๆเลย เตรียมตัวมาไม่ค่อยดีเลย ไม่รู้ผลจะออกมาเป็นยังไงน๊า. .
แต่ก็ไม่เป็นไร ครั้งแรกนี่เนาะ คิดซะว่าไปดูเชิง ฮี่ๆ
เราไปสอบที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช) ขอให้ได้เป็นลูกช้างปี 2553 ทีเถิ้ดดด สาธุ. . )
ฮ่าๆ อื้ม เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆเลย
ไปรอตั้งแต่เช้าละ ไม่มีสมาธิเลย ตื่นเต้นมากๆ อยู่ไม่ติดกับที่ ๕๕
หรือ ที่เค้าเรียกว่า Nervous นั่นเหละ ประสาทกิน
ตารางบอกว่าเริ่มสอบตอน 9 โมง . . ไหง จะสิบโมงแล้ว ตูยังไม่ได้เข้าห้องสอบเลยฟระ
ก็นะ ให้เข้าไปทีละสามคน ไปเซ็นใบอะไรซักอย่างจำไม่ได้แล้ว ก็แค่ลอกๆ ลงไป แล้วเซ็นชื่อ
อ่อ ลืมไป ก่อนเข้าห้อง เจ้คุมสอบบอกว่ามี break แล้วจะมี sandwich กับน้ำผลไม้ให้นี่หว่า
ไม่ยักจะมีเลย ชิ หลอกกันชัดๆ ๕๕ ก็ น่าอยู่หรอก มันเริ่มสอบ แล้วก็เลยพักไม่พร้อมกันนี่เนาะ
สนามที่เราสอบ คนก็เยอะอยู่หรอก แต่พูดกันเสียงดังมาก พวกเด็กวิทวะ ๕๕
ก็ ถิ่นเค้านี่นา อืม มีคนเกาหลีมาสอบด้วย ตอนแรกๆก็ดูไม่ออกหรอกนะ แต่เหลือบไปเห็น Passport แล้วก็ เจ้แกน่าจะฟังไทย ออกนะ ๕๕๕ อีกอย่าง เจ้แกเชิดใหญ่เลย อิโธ่
แอร์ในห้องแลปเย็นจริงๆ ดีนะเอาเสื้อกันหนาวไป พอเข้าไปแล้วก้เซ็นใบนั้น แล้วก็ ถ่ายรูป
กล้องแวปแคมดีๆนี่เอง ๕๕
เข้าไปนั่ง โอ้ว ซ้าย ตูก็เกาหลี ขวา ตูก็เกาหลี
ให้ตายซิ ชิ ! ซวยแล้วไง
เอาละ เริ่มแล้วๆๆๆ เทสไมค์
โอ้ว ประมาณว่า ให้ตอบคำถามทดลอง พูดตามเสียงโทนปกติ ก็พูดไปพูดมา 5 รอบและ
ตูก็ยังไม่ผ่าน การเทสไมค์!
ไรวะ ไม่ได้การละ เค้าเริ่มกันไปไหนถึงไหนแล้ว ก็เลย เรียกให้คนที่ดูแลมาช่วย เค้าบอกให้พูดดังๆ ชั้นก็เลยเอามา จ่อปากซะเลย ทีนี้พูดไปได้ ประโยคเดียวก็ผ่านค่อยยังชั่ว
part แรก reading --- โอ้วแม่เจ้า *O* อ่านไม่รู้เรื่องเลยยย ป๊าดอิโท๊ะ ตายหยั่งเขียด
ซวยแล้วๆๆ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย อ่านแล้วทะลุสมอง ไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง
เวลาก็นับถอยหลังเร็วจริงจริ้งงงง
ก็มั่วๆไปนั่นแล ตามเคย ๕๕๕
สรุปว่า ยังไงตูก็ไม่รอดละ Reading
ต่อไป น่าจะเป็น Listening อันนี้ ก็โอเค อยู่นิดดหนึ่ง
ก็งงๆ นั่นแล ฟังไม่ทันมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง ก็คนมันตื่นสนามนี่ T^T
เริ่มแล้ว พวกเกาหลีทั้ง สองฝั่ง มันเข้ามาก่อนเรา โอ้ววว พูดเสียงดังมากก (สงสัยสอบ speaking อยู่ชัว ) เสียงนี่เข้าหู ตลอดเลย T^T
ฮื่อๆๆๆ จะบ้าตายย เงินห้าพันกว่าาาของช้านนน T^T
ต่อไป คงเป็น Speaking ละมั้ง
โอ้วว รู้สึกชอบอันนี้ที่สุดละ ท้าทายดี ๕๕๕ โดยเฉพาะ อันสุดท้าย (อันที่ 6) รัวเลย ๕๕๕ professer มันจะรีบไปไหนวะ ๕๕
จดแทบไม่ทันเหนะ T^T
สุดท้าย Writting แบบ integrate ปะ
อันนี้ก็เกือบตาย โอ้ววว อะไรฟะ ทำไม passage มันยากเช่นนี้T^T อ่านไม่รู้เรื่องเจ้าค่าาา T^T แถมต้องมาทำ essay disagree อีกตั่งหาก ฟังเลคเชอร์ ก็ไม่ทัน มัวแต่พะวง
ก็นะ ทำไมเวลามันเดินเร็วแบบนี้หนอ เหอะๆ
ต่อไป Writting อันสุดท้าย ค่อยยังชั่ว ง่ายขึ้นมาอีกนิด แต่ก็นั่นเหละ เราไม่ได้แกรมม่าเลยนี่นา ส่วนมาก พวกประโยคที่พิมพ์ไปก็ เป็นคำพื้่นๆง่ายๆ แล้วรูปแบบการเขียนก็เป็นไปตามความรู้สึกซะมากกว่า เรื่องแกรมม่าเลยไม่ต้องพูดถึง
T^T เสร็จซักที เห้อออ สบายละ ทีนี้ก็ต้องมา รัว อ่านโควต้า ต่อ ๕๕๕
สรุปได้ว่า :
-Toefel มันวัดว่า เมิงจะมีสมาธิในเวลาสอบไหม ๕๕ เพาะเสียงมันดังระงมเหลือเกิน
-พวก Passage กับ Lecture ก็เป็นพวก Academic ทั้งนั้นเลย แล้วก็มีแบบพวกวิทย์ออกเยอะมากๆเลย
แล้ว ศิลป์ ต๊อกต๋อย แถม ม.5 ก็ไม่ได้เรียนอย่างฉัน จะเห็นแสงสว่างไหม ว่า passage กับ Lecture เค้าพร่ำอะไรกัน T^T ๕๕๕
-เวลาเกือบๆ 4 ชั่วโมง ไม่ได้นานอย่างที่คิด มันเร็วมากๆจนน่าตกใจ T^T
-ถ้าสอบช่วงเช้ารวดเที่ยง ควรหาไรรับประทานใส่ท้องก่อนสอบไม่งั้นจะต้อง นั่งหิวแสบท้องเหมือนเราT^T
-มีลางสังหรณ์ว่า จะต้องได้มาสอบอีกครั้ง ! ๕๕๕
// me // จาว // จะได้นอนแบบจิตใจไม่ว้าวุ่นซักที <3 ^O^